นิทานเรื่อง ไดโนเสาร์รักษ์โลก
นิทานคุณธรรม
เรื่องไดโนเสาร์รักษ์โลก
ณ ป่าแห่งหนึ่ง มีโป๊งเหน่งกับปังปอนด์ เป็นคู่หูจอมพลังพวกเขามักเล่นประลองกำลังกันอยู่เสมอ บางวันก็เล่นต่อสู้ บางวันก็แข่งขันเคลื่อนก้อนหิน แต่เกมที่ทั้งคู่โปรดปรานที่สุดคือ แข่งกันโค่นต้นไม้ในป่าบนเนินเขา
วันนี้ฟ้าครึ้มฝนตั้งแต่เช้าแต่สองเพื่อนชี้ก็ยังออกมาเล่นกันตามปกติ “ป่าของเรามีต้นไม้เยอะดีเนอะ” ปังปอนด์พูด “ใช่ๆมีให้เราโค่นเล่นได้อีกนานเลย” โป๊งเหน่งพูดเสริม เรามาแข่งโค่นต้นไม้กันเยอะ หนึ่ง สอง สาม ลุยเลย ! ทั้งคู่พุ่งชนต้มไม้และดอกไม้แถมเหยียบย่ำจนพังเป็นแถบๆ ครืน !ๆ เสียงฟ้าคำรามสนั่น “ฝนจะตกแล้ว เราหาที่หลบฝนกันเถอะ” พอปังปอนด์บอกปุ๊บ ฝนก็ตกกระหน่ำลงมาอย่างแรง ปังปอนด์วิ่งเซไปชนต้นสนที่เขาโค่นไว้สวนโป๊งเหน่งก็สะดุดต้นปรงที่กองอยู่กับพื้น “โอ๊ะ!” “ โอ๊ย! ” ปังปอนด์กับโป๊งเหน่งต้องวิ่งฝ่าฝนลึกเข้าไปในป่าเพื่อหาต้นไม้ใหญ่พอจะช่วยบังฝนได้ สักพัก ฝนก็หยุดตก “ดินลื่นจัง ไม่มีต้นให้เกาะเลย” ปังปอนด์พูด “ก็เราโค่นกันไปหลายต้นแล้วนี่ ต้องเดินระวังหน่อยนะ!” โป๊งเหน่งพูดยังไม่ทันขาดคำ ปังปอนด์ลื่นไถลมาจากเนินเขาโป๊งเหน่งเสียหลักลื่นตามลงมา “ อูย....ปวดไปทั้งตัวแล้วเนี่ย” โป๊งเหน่งคราง ทันใดนั้น ทั้งคู่ก็ไดยินเสียง “แจ๋วแหวว แจ๋วแหวว ลูกอยู่ไหน” พอหันมองรอบๆ ก็ได้เห็นไดโนเสาร์ตัวเล็กนอนหมดสติอยู่ไม่ไกล "เจ้าตัวเล็กนี่หรือเปล่านะที่แม่ของเขากำลังตามหา ปังปอนด์ ลองเรียกดูดีกว่า แจ๋วแหวว แจ๋วแหวว โป๊งเหน่งเรียกเบาๆ ลูกไดโนเสาร์ตัวน้อยค่อยๆลืมตา “ไม่ต้องตกใจนะ เราไม่ทำร้ายเจ้าหรอก” โป๊งเหน่งบอกอย่างอ่อนโยน “เราได้ยินเสียงร้องหาแจ๋วแหวว เลยคิดว่าคงเป็นเธอ” ปังปอนด์ “ ใช่จ๊ะ ฉันนี้แหละชื่อแจ๋วแหวว บ้านของฉันโดนโคลนถล่มใส่ พังหมดเลย ฮือ..ฮือ...” แจ๋วแหววพูดพลางสะอื้น “ไม่ต้องร้องไห้นะ เราจะพาเธอไปส่งเอง” ปังปอนด์บอกอย่างใจดี “แจ๋วแหววอยู่ทางนี้ คร้าบ” โป๊งเหน่งตะโกนบอก ในที่สุด แจ๋วแหววก็ได้เจอกับพ่อแม่ “ขอบใจมากนะจ๊ะ ที่ช่วยพาแจ๋วแหววมาส่ง” แม่ของแจ๋วแหววพูด พ่อของแจ๋วแหววเล่าว่า เวลาฝนตกหนัง ดินบนเนินเขา มักจะเละเป็นโคลนและไหลลงมาข้างล่างครั้งนี้รุนแรงมาก เพราะต้นไม้ถูกโค่นไปหลายต้น พอไม่มีต้นไม้ช่วยยึดหน้าดินเอาไว้ ดินจึงไหลลงมาถล่มทับบ้านของพวกเราจนพังยับเยิน ปังปอนด์กับโป๊งเหน่งมองหน้ากันอย่างรู้สึกผิด “งั้นพวกเราจะสร้างบ้านหลังใหม่ให้นะครับ” โป๊งเหน่งบอก “สร้างให้แข็งแรงกว่าเดิมเลยครับ” ปังปอนด์เสริม แล้วทั้งคู่ก็ช่วยกันยกก้อนหินมาเรียงต่อกันเป็นบ้านหลังใหม่ที่แข็งแรงแน่นหนา “ว้าว ! บ้านใหม่สวยจังเลย ขอบใจมากนะจ๊ะ” แจ๋วแหววร้องอย่างดีใจ “แต่ฉันว่านะยังขาดอะไรไปอย่างนะ” ปังปอนด์พูด วันรุ่งขึ้น สองเพื่อนซี้พาเพื่อนๆมาหาแจ๋วแหววแต่เช้า “นี่ไง ของที่ขาดหายไป” ปังปอนด์วางของขวัญไว้หน้าบ้านของแจ๋วแหวว “โอ้โห! ดอกไม้สวยจังเลย ขอบใจนะจ๊ะ” แจ๋วแหววยิ้มหวาน “วันนี้พวกเราจะไปเล่นบนเนินเขา ไปด้วยกันนะ” โป๊งเหน่งชวนแจ๋วแหวว แล้วเหล่าไดโนเสาร์ ก็พากันเดินขึ้นไปบนเนินเขา เหล่าไดโนเสาร์เล่นเกมใหม่ด้วยกันอย่างสนุกสนานและเวลาผ่านไปไม่นาน ก็มีต้นไม้เล็กๆงอกใหม่ มีดอกไม้แสนสวยผลิบานสะพรั่งส่งกลิ่นหอมไปทั่วทั้งป่าและไม่ว่าฝนจะตกแรงแค่ไหนดินก็ไม่เคยถล่มลงมาใส่บ้านของแจ๋วแหววอีกเลย
เรื่องไดโนเสาร์รักษ์โลก
ณ ป่าแห่งหนึ่ง มีโป๊งเหน่งกับปังปอนด์ เป็นคู่หูจอมพลังพวกเขามักเล่นประลองกำลังกันอยู่เสมอ บางวันก็เล่นต่อสู้ บางวันก็แข่งขันเคลื่อนก้อนหิน แต่เกมที่ทั้งคู่โปรดปรานที่สุดคือ แข่งกันโค่นต้นไม้ในป่าบนเนินเขา
วันนี้ฟ้าครึ้มฝนตั้งแต่เช้าแต่สองเพื่อนชี้ก็ยังออกมาเล่นกันตามปกติ “ป่าของเรามีต้นไม้เยอะดีเนอะ” ปังปอนด์พูด “ใช่ๆมีให้เราโค่นเล่นได้อีกนานเลย” โป๊งเหน่งพูดเสริม เรามาแข่งโค่นต้นไม้กันเยอะ หนึ่ง สอง สาม ลุยเลย ! ทั้งคู่พุ่งชนต้มไม้และดอกไม้แถมเหยียบย่ำจนพังเป็นแถบๆ ครืน !ๆ เสียงฟ้าคำรามสนั่น “ฝนจะตกแล้ว เราหาที่หลบฝนกันเถอะ” พอปังปอนด์บอกปุ๊บ ฝนก็ตกกระหน่ำลงมาอย่างแรง ปังปอนด์วิ่งเซไปชนต้นสนที่เขาโค่นไว้สวนโป๊งเหน่งก็สะดุดต้นปรงที่กองอยู่กับพื้น “โอ๊ะ!” “ โอ๊ย! ” ปังปอนด์กับโป๊งเหน่งต้องวิ่งฝ่าฝนลึกเข้าไปในป่าเพื่อหาต้นไม้ใหญ่พอจะช่วยบังฝนได้ สักพัก ฝนก็หยุดตก “ดินลื่นจัง ไม่มีต้นให้เกาะเลย” ปังปอนด์พูด “ก็เราโค่นกันไปหลายต้นแล้วนี่ ต้องเดินระวังหน่อยนะ!” โป๊งเหน่งพูดยังไม่ทันขาดคำ ปังปอนด์ลื่นไถลมาจากเนินเขาโป๊งเหน่งเสียหลักลื่นตามลงมา “ อูย....ปวดไปทั้งตัวแล้วเนี่ย” โป๊งเหน่งคราง ทันใดนั้น ทั้งคู่ก็ไดยินเสียง “แจ๋วแหวว แจ๋วแหวว ลูกอยู่ไหน” พอหันมองรอบๆ ก็ได้เห็นไดโนเสาร์ตัวเล็กนอนหมดสติอยู่ไม่ไกล "เจ้าตัวเล็กนี่หรือเปล่านะที่แม่ของเขากำลังตามหา ปังปอนด์ ลองเรียกดูดีกว่า แจ๋วแหวว แจ๋วแหวว โป๊งเหน่งเรียกเบาๆ ลูกไดโนเสาร์ตัวน้อยค่อยๆลืมตา “ไม่ต้องตกใจนะ เราไม่ทำร้ายเจ้าหรอก” โป๊งเหน่งบอกอย่างอ่อนโยน “เราได้ยินเสียงร้องหาแจ๋วแหวว เลยคิดว่าคงเป็นเธอ” ปังปอนด์ “ ใช่จ๊ะ ฉันนี้แหละชื่อแจ๋วแหวว บ้านของฉันโดนโคลนถล่มใส่ พังหมดเลย ฮือ..ฮือ...” แจ๋วแหววพูดพลางสะอื้น “ไม่ต้องร้องไห้นะ เราจะพาเธอไปส่งเอง” ปังปอนด์บอกอย่างใจดี “แจ๋วแหววอยู่ทางนี้ คร้าบ” โป๊งเหน่งตะโกนบอก ในที่สุด แจ๋วแหววก็ได้เจอกับพ่อแม่ “ขอบใจมากนะจ๊ะ ที่ช่วยพาแจ๋วแหววมาส่ง” แม่ของแจ๋วแหววพูด พ่อของแจ๋วแหววเล่าว่า เวลาฝนตกหนัง ดินบนเนินเขา มักจะเละเป็นโคลนและไหลลงมาข้างล่างครั้งนี้รุนแรงมาก เพราะต้นไม้ถูกโค่นไปหลายต้น พอไม่มีต้นไม้ช่วยยึดหน้าดินเอาไว้ ดินจึงไหลลงมาถล่มทับบ้านของพวกเราจนพังยับเยิน ปังปอนด์กับโป๊งเหน่งมองหน้ากันอย่างรู้สึกผิด “งั้นพวกเราจะสร้างบ้านหลังใหม่ให้นะครับ” โป๊งเหน่งบอก “สร้างให้แข็งแรงกว่าเดิมเลยครับ” ปังปอนด์เสริม แล้วทั้งคู่ก็ช่วยกันยกก้อนหินมาเรียงต่อกันเป็นบ้านหลังใหม่ที่แข็งแรงแน่นหนา “ว้าว ! บ้านใหม่สวยจังเลย ขอบใจมากนะจ๊ะ” แจ๋วแหววร้องอย่างดีใจ “แต่ฉันว่านะยังขาดอะไรไปอย่างนะ” ปังปอนด์พูด วันรุ่งขึ้น สองเพื่อนซี้พาเพื่อนๆมาหาแจ๋วแหววแต่เช้า “นี่ไง ของที่ขาดหายไป” ปังปอนด์วางของขวัญไว้หน้าบ้านของแจ๋วแหวว “โอ้โห! ดอกไม้สวยจังเลย ขอบใจนะจ๊ะ” แจ๋วแหววยิ้มหวาน “วันนี้พวกเราจะไปเล่นบนเนินเขา ไปด้วยกันนะ” โป๊งเหน่งชวนแจ๋วแหวว แล้วเหล่าไดโนเสาร์ ก็พากันเดินขึ้นไปบนเนินเขา เหล่าไดโนเสาร์เล่นเกมใหม่ด้วยกันอย่างสนุกสนานและเวลาผ่านไปไม่นาน ก็มีต้นไม้เล็กๆงอกใหม่ มีดอกไม้แสนสวยผลิบานสะพรั่งส่งกลิ่นหอมไปทั่วทั้งป่าและไม่ว่าฝนจะตกแรงแค่ไหนดินก็ไม่เคยถล่มลงมาใส่บ้านของแจ๋วแหววอีกเลย
บันทึกการสะท้อนคิดบทเรียนที่ได้จากการพัฒนานิทาน
1.สิ่งที่เรียนรู้จากการทำนิทาน
- การกำหนดโครงเรื่อง เนื้อเรื่อง ตัวละคร เอง
- คติสอนใจ เมื่อนิทานจบเพื่อเน้นการปลูกฝังคุณธรรม
2.ความรู้สึกที่มีต่อการสร้างนิทาน
- ก่อนสร้างนิทานมีความกังวลว่าไม่รู้จะสร้างนิทานเรื่องอะไรไม่รู้จะสร้างเสร็จรึเปล่า
- เมื่อสร้างนิทานเสร็จมีความภาคภูมิใจในผลงานนิทานของตนเอง
3.ขั้นตอนการสร้างนิทาน
- สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับนิทานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม
- ประชุมระดมความคิดเห็นของเพื่อนครูเกี่ยวกับนิทาน
- กำหนดโครงเรื่อง เนื่อเรื่อง ตัวละคร ของนิทาน
- เตรียมวัสดุ อุปกรณ์การทำนิทาน
- ลงมือทำนิทานจนเสร็จสมบูรณ์
- จัดกิจกรรมการเล่านิทานส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม
4. ปัญหาและอุปสรรค
- เนื่อเรื่องนิทานยาวเกินไปจึงต้องใช้เวลาเล่านาน
- ความสวยงามของภาพและการระบายสียังไม่สวย
- เด็กบางคนไม่ค่อยสนใจในการฟังนิทาน
5.แนวทางแก้ไข
- ปรับเนื้อเรื่องของนิทานให้สั้น กระชับลงเพื่อลดเวลาในการเล่า
- ศึกษาวิธีการวาดภาพและระบายสีเพิ่มเติม
- เพิ่มเทคนิคในการเล่านิทาน ควรมีเสียงสูงเสียงตำ่เพื่อดึงดูดความสนใจในการฟังนิทานของเด็กๆ
- การกำหนดโครงเรื่อง เนื้อเรื่อง ตัวละคร เอง
- คติสอนใจ เมื่อนิทานจบเพื่อเน้นการปลูกฝังคุณธรรม
2.ความรู้สึกที่มีต่อการสร้างนิทาน
- ก่อนสร้างนิทานมีความกังวลว่าไม่รู้จะสร้างนิทานเรื่องอะไรไม่รู้จะสร้างเสร็จรึเปล่า
- เมื่อสร้างนิทานเสร็จมีความภาคภูมิใจในผลงานนิทานของตนเอง
3.ขั้นตอนการสร้างนิทาน
- สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับนิทานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม
- ประชุมระดมความคิดเห็นของเพื่อนครูเกี่ยวกับนิทาน
- กำหนดโครงเรื่อง เนื่อเรื่อง ตัวละคร ของนิทาน
- เตรียมวัสดุ อุปกรณ์การทำนิทาน
- ลงมือทำนิทานจนเสร็จสมบูรณ์
- จัดกิจกรรมการเล่านิทานส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม
4. ปัญหาและอุปสรรค
- เนื่อเรื่องนิทานยาวเกินไปจึงต้องใช้เวลาเล่านาน
- ความสวยงามของภาพและการระบายสียังไม่สวย
- เด็กบางคนไม่ค่อยสนใจในการฟังนิทาน
5.แนวทางแก้ไข
- ปรับเนื้อเรื่องของนิทานให้สั้น กระชับลงเพื่อลดเวลาในการเล่า
- ศึกษาวิธีการวาดภาพและระบายสีเพิ่มเติม
- เพิ่มเทคนิคในการเล่านิทาน ควรมีเสียงสูงเสียงตำ่เพื่อดึงดูดความสนใจในการฟังนิทานของเด็กๆ