ผลงานนิทาน

ผลงานนิทานคุณธรรมที่สร้างขึ้นเพื่อพัฒนาเป็นวัตกรรมการเรียนรู้ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2557

นิทานเรื่อง ไดโนเสาร์รักษ์โลก

นิทานคุณธรรม
เรื่องไดโนเสาร์รักษ์โลก

ณ ป่าแห่งหนึ่ง มีโป๊งเหน่งกับปังปอนด์ เป็นคู่หูจอมพลังพวกเขามักเล่นประลองกำลังกันอยู่เสมอ บางวันก็เล่นต่อสู้ บางวันก็แข่งขันเคลื่อนก้อนหิน แต่เกมที่ทั้งคู่โปรดปรานที่สุดคือ แข่งกันโค่นต้นไม้ในป่าบนเนินเขา
       วันนี้ฟ้าครึ้มฝนตั้งแต่เช้าแต่สองเพื่อนชี้ก็ยังออกมาเล่นกันตามปกติ  “ป่าของเรามีต้นไม้เยอะดีเนอะ”   ปังปอนด์พูด  “ใช่ๆมีให้เราโค่นเล่นได้อีกนานเลย” โป๊งเหน่งพูดเสริม เรามาแข่งโค่นต้นไม้กันเยอะ หนึ่ง สอง สาม ลุยเลย !  ทั้งคู่พุ่งชนต้มไม้และดอกไม้แถมเหยียบย่ำจนพังเป็นแถบๆ ครืน !ๆ เสียงฟ้าคำรามสนั่น “ฝนจะตกแล้ว เราหาที่หลบฝนกันเถอะ” พอปังปอนด์บอกปุ๊บ ฝนก็ตกกระหน่ำลงมาอย่างแรง ปังปอนด์วิ่งเซไปชนต้นสนที่เขาโค่นไว้สวนโป๊งเหน่งก็สะดุดต้นปรงที่กองอยู่กับพื้น “โอ๊ะ!” “ โอ๊ย! ” ปังปอนด์กับโป๊งเหน่งต้องวิ่งฝ่าฝนลึกเข้าไปในป่าเพื่อหาต้นไม้ใหญ่พอจะช่วยบังฝนได้ สักพัก ฝนก็หยุดตก “ดินลื่นจัง ไม่มีต้นให้เกาะเลย”   ปังปอนด์พูด “ก็เราโค่นกันไปหลายต้นแล้วนี่ ต้องเดินระวังหน่อยนะ!”  โป๊งเหน่งพูดยังไม่ทันขาดคำ   ปังปอนด์ลื่นไถลมาจากเนินเขาโป๊งเหน่งเสียหลักลื่นตามลงมา “ อูย....ปวดไปทั้งตัวแล้วเนี่ย”   โป๊งเหน่งคราง ทันใดนั้น ทั้งคู่ก็ไดยินเสียง “แจ๋วแหวว แจ๋วแหวว ลูกอยู่ไหน” พอหันมองรอบๆ ก็ได้เห็นไดโนเสาร์ตัวเล็กนอนหมดสติอยู่ไม่ไกล "เจ้าตัวเล็กนี่หรือเปล่านะที่แม่ของเขากำลังตามหา ปังปอนด์ ลองเรียกดูดีกว่า  แจ๋วแหวว  แจ๋วแหวว  โป๊งเหน่งเรียกเบาๆ  ลูกไดโนเสาร์ตัวน้อยค่อยๆลืมตา  “ไม่ต้องตกใจนะ  เราไม่ทำร้ายเจ้าหรอก”  โป๊งเหน่งบอกอย่างอ่อนโยน  “เราได้ยินเสียงร้องหาแจ๋วแหวว เลยคิดว่าคงเป็นเธอ”  ปังปอนด์  “ ใช่จ๊ะ  ฉันนี้แหละชื่อแจ๋วแหวว  บ้านของฉันโดนโคลนถล่มใส่  พังหมดเลย  ฮือ..ฮือ...”  แจ๋วแหววพูดพลางสะอื้น       “ไม่ต้องร้องไห้นะ  เราจะพาเธอไปส่งเอง”  ปังปอนด์บอกอย่างใจดี  “แจ๋วแหววอยู่ทางนี้ คร้าบ”  โป๊งเหน่งตะโกนบอก  ในที่สุด  แจ๋วแหววก็ได้เจอกับพ่อแม่  “ขอบใจมากนะจ๊ะ  ที่ช่วยพาแจ๋วแหววมาส่ง”  แม่ของแจ๋วแหววพูด  พ่อของแจ๋วแหววเล่าว่า  เวลาฝนตกหนัง ดินบนเนินเขา  มักจะเละเป็นโคลนและไหลลงมาข้างล่างครั้งนี้รุนแรงมาก  เพราะต้นไม้ถูกโค่นไปหลายต้น  พอไม่มีต้นไม้ช่วยยึดหน้าดินเอาไว้  ดินจึงไหลลงมาถล่มทับบ้านของพวกเราจนพังยับเยิน  ปังปอนด์กับโป๊งเหน่งมองหน้ากันอย่างรู้สึกผิด  “งั้นพวกเราจะสร้างบ้านหลังใหม่ให้นะครับ”  โป๊งเหน่งบอก  “สร้างให้แข็งแรงกว่าเดิมเลยครับ”  ปังปอนด์เสริม  แล้วทั้งคู่ก็ช่วยกันยกก้อนหินมาเรียงต่อกันเป็นบ้านหลังใหม่ที่แข็งแรงแน่นหนา  “ว้าว !  บ้านใหม่สวยจังเลย  ขอบใจมากนะจ๊ะ”  แจ๋วแหววร้องอย่างดีใจ  “แต่ฉันว่านะยังขาดอะไรไปอย่างนะ”  ปังปอนด์พูด  วันรุ่งขึ้น  สองเพื่อนซี้พาเพื่อนๆมาหาแจ๋วแหววแต่เช้า  “นี่ไง ของที่ขาดหายไป”  ปังปอนด์วางของขวัญไว้หน้าบ้านของแจ๋วแหวว      “โอ้โห! ดอกไม้สวยจังเลย  ขอบใจนะจ๊ะ”  แจ๋วแหววยิ้มหวาน  “วันนี้พวกเราจะไปเล่นบนเนินเขา ไปด้วยกันนะ”  โป๊งเหน่งชวนแจ๋วแหวว  แล้วเหล่าไดโนเสาร์  ก็พากันเดินขึ้นไปบนเนินเขา  เหล่าไดโนเสาร์เล่นเกมใหม่ด้วยกันอย่างสนุกสนานและเวลาผ่านไปไม่นาน ก็มีต้นไม้เล็กๆงอกใหม่ มีดอกไม้แสนสวยผลิบานสะพรั่งส่งกลิ่นหอมไปทั่วทั้งป่าและไม่ว่าฝนจะตกแรงแค่ไหนดินก็ไม่เคยถล่มลงมาใส่บ้านของแจ๋วแหววอีกเลย 

บันทึกการสะท้อนคิดบทเรียนที่ได้จากการพัฒนานิทาน

1.สิ่งที่เรียนรู้จากการทำนิทาน
- การกำหนดโครงเรื่อง เนื้อเรื่อง ตัวละคร เอง
- คติสอนใจ เมื่อนิทานจบเพื่อเน้นการปลูกฝังคุณธรรม
2.ความรู้สึกที่มีต่อการสร้างนิทาน
- ก่อนสร้างนิทานมีความกังวลว่าไม่รู้จะสร้างนิทานเรื่องอะไรไม่รู้จะสร้างเสร็จรึเปล่า
- เมื่อสร้างนิทานเสร็จมีความภาคภูมิใจในผลงานนิทานของตนเอง
3.ขั้นตอนการสร้างนิทาน
- สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับนิทานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม
- ประชุมระดมความคิดเห็นของเพื่อนครูเกี่ยวกับนิทาน
- กำหนดโครงเรื่อง เนื่อเรื่อง ตัวละคร ของนิทาน
- เตรียมวัสดุ อุปกรณ์การทำนิทาน
-  ลงมือทำนิทานจนเสร็จสมบูรณ์
- จัดกิจกรรมการเล่านิทานส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม
4. ปัญหาและอุปสรรค
- เนื่อเรื่องนิทานยาวเกินไปจึงต้องใช้เวลาเล่านาน
- ความสวยงามของภาพและการระบายสียังไม่สวย
- เด็กบางคนไม่ค่อยสนใจในการฟังนิทาน
5.แนวทางแก้ไข
- ปรับเนื้อเรื่องของนิทานให้สั้น กระชับลงเพื่อลดเวลาในการเล่า
- ศึกษาวิธีการวาดภาพและระบายสีเพิ่มเติม
- เพิ่มเทคนิคในการเล่านิทาน ควรมีเสียงสูงเสียงตำ่เพื่อดึงดูดความสนใจในการฟังนิทานของเด็กๆ